มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
สถาบันวิจัยและพัฒนา
Advanced Research Center for Photonics : KMITL:
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
Citizen ศูนย์กลางบริการภาครัฐ
Why World Hot หยุด! ภาวะโลกร้อน
ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ
เป็นฐานข้อมูลชนิด (Full Text) ของวารสาร นิตยสาร รายงานความก้าวหน้า และเอกสารประชุม IEEE และ IEE
ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมทุกมหาวิทยาลัย
ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย ( TDC )
ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย  (  TIAC )
EBSCO HOST
Emerald
ScienceDirect
การเกิดแผ่นดินไหว Print
Saturday, 14 June 2008 20:00
การเกิดแผ่นดินไหว

“แผ่นดินไหว” เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อระบายความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่างฉับพลันเพื่อปรับสมดุลย์ของเปลือกโลกให้คงที่ สาเหตุ ของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นจัดแบ่งได้ 2 ชนิด ชนิดที่หนึ่ง เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การทดลองระเบิดปรมาณู การกักเก็บน้ำในเขื่อนและแรงระเบิดของการทำเหมืองแร่ เป็นต้น ชนิดที่สองเป็นแผ่นดินไหวจากธรรมชาติ ซึ่งมีทฤษฎีกลไกการเกิดแผ่นดินไหวอันเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบัน 2 ทฤษฎี คือ

1. ทฤษฎีที่ว่าด้วยการขยายตัวของเปลือกโลก (Dilation source theory) อันเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการที่เปลือกโลกเกิดการคดโค้งโก่งงออย่างฉับพลัน และเมื่อวัตถุขาดออกจากกันจึงปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปคลื่นแผ่นดินไหว

2. ทฤษฎีที่ว่าด้วยการคืนตัวของวัตถุ (Elastic rebound theory) เชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการสั่นสะเทือนอันเป็นเหตุผลมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน (Fault) ดังนั้นเมื่อเกิดการเคลื่อนที่ถึงจุดหนึ่งวัตถุจึงขาดออกจากกัน และเสียรูปอย่างมากพร้อมกับการปลดปล่อยพลังงานออกมา และหลังจากนั้นวัตถุก็คืนตัวกลับสู่รูปเดิม ทฤษฎีนี้สนับสนุนแนวความคิดที่เชื่อว่า แผ่นดินไหวมีกลไกการกำเนิดเกี่ยวข้องโดยตรง และใกล้ชิดกับแนวรอยเลื่อนมีพลัง (Active Fault) ที่เกิดขึ้นจากผลพวงของการแปรสัณฐานของเปลือกโลก (Plate tectonics) เปลือกโลกของเราประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลก จำนวนประมาณ 12 แผ่นใหญ่ ทั้งที่เป็นแผ่นมหาสมุทรและแผ่นทวีป ซึ่งมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลาต่อให้บางแผ่นมีการเคลื่อนแยกออกจากกัน บางแผ่นเคลื่อนเข้าหาและมุดซ้อนเกยกัน และบางแผ่นเคลื่อนเฉียดกัน อันเป็นบ่อเกิดของแรงเครียดที่สะสมไว้ภายในเปลือกโลกนั้นเอง



แบบจำลองการเกิดแผ่นดินไหว


โลกอายุ 4.5 พันล้านปี มีโครงสร้างทรงกลมเป็นชั้นๆ ชั้นนอกสุดคือ "เปลือกโลก" (Crust) ชั้นต่อมาคือ "เนื้อโลก" (Mantle) แก่นโลกชั้นนอก (Outer Core) และแก่นโลกชั้นใน (Inner core) เปลือกโลกด้านนอกเย็นแล้ว ส่วนข้างในเป็นหินหลอมเหลว ใจกลางเป็นเหล็กหลอม


บริเวณเปลือกโลกมีลักษณะเป็นแผ่นๆ (plates) เรียกว่า "แผ่นเทคโทนิก" (Tectonic Plate) แต่ละแผ่นเคลื่อนตัวเฉลี่ย 10 เซ็นติเมตรต่อปี แผ่นเหล่านี้เคลื่อนตามหินหลอมเหลวในเนื้อโลก

 


แผ่นดินไหวส่วนใหญ่จะเกิดที่บริเวณรอยต่อของแผ่นต่างๆ ซึ่งทั่วโลกมีทั้งหมด 12 แผ่น แผ่นที่ใหญ่สุดคือ "ยูเรเซียน" (Eurasian) ซึ่งไทยก็อยู่ในแผ่นนี้ และใกล้กับแผ่น "ออสเตรเลียน" (Australian) แผ่น "ฟิลิปปิน" (Philippine) ส่วนแผ่นอื่นๆ ไล่จากทะเลแปซิกฟิกไปทางตะวันออก คือ "แปซิฟิก" (Pacific) ยวน เดอ ฟูกา (Juan de Fuca) นอร์ธ อเมริกา (North America) "แคริบเบียน" (Caribbean) "เซาธ์ อเมริกัน" (South American) "สก็อตเทีย" (Scotia) "แอฟริกา" (Africa) "อราเบียน" (Arbian) และอินเดียน (Indian)

 

 

แผ่นดินสะเทือนเกิดขึ้น เมื่อแผ่นเทคโทนิกที่ต่อกัน 2 แผ่นเลื่อนเบียดกันอย่างกระทันหัน



แนวหินที่แตกระหว่างรอยต่อของ 2 แผ่นเคลื่อนเบียดกัน ซึ่งจุดที่เกิดการเบียดหรือชนเรียกว่า "จุดโฟกัส" (focus) หรือจุดไฮโปเซ็นเตอร์ (hypocenter) ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าเกิดการเบียดของ 2 รอยต่อ และตรงจุดนี้จะส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงบนผืนโลก หรือผืนน้ำเหนือขึ้นไป


คลื่นแห่งแผ่นดินไหวสามารถจับได้ด้วยประเภทคลื่นที่แตกต่างกัน 2 ชนิด คือคลื่นปฐมภูมิ (หรือพี) และคลื่นทุติยภูมิ (หรือเอส) ซึ่งคลื่นพีจะเดินทางอย่างรวดเร็ว ขณะที่คลื่นเอสเดินทางช้ากว่ามาก ชั้นหินที่ถูกคลื่นพีกระทบจะสั่นไปมาในแนวที่คลื่นพุ่งไปตามแนวนอน จึงตกอยู่ในสภาพถูกอัดและขยายตัว ส่วนคลื่นเอสนั้น อนุภาคต่างๆ ในชั้นหินจะเคลื่อนที่ในแนวขึ้นลงที่ตั้งฉากกับทิศการพุ่งไปของคลื่น คลื่นพีนั้นตามปกติจะมีความเร็วมากกว่าคลื่นเอส ดังนั้น การวัดเวลาที่คลื่นทั้งพีและเอสเดินทางถึงเครื่องรับสัญญาณ ซึ่งอยู่ที่ตำแหน่งต่างๆ บนผิวโลกจะทำให้นักธรณีวิทยารู้ทันทีว่าจุดโฟกัสของการระเบิดอยู่ที่ใด



จุดบนพื้นผิวหรือผืนน้ำ เหนือจุดโฟกัสเรียกว่า "อิพิเซ็นเตอร์" (epicenter) ซึ่งจะเป็นจุดหลักบนเปลือกโลกในการรับแรงสะเทือนจากเนื้อโลก และตรงจุดนี้นี่เองหากเกิดในทะเลก็จะทำให้เกิดคลื่นยักษ์ หรือ สึนามิ

 

ข้อมูล : http://210.1.19.168/multimedia/tkcteam/content_home/earthquake/earthquake.html

 
สถาบันกวดวิชาบ้านต้นกล้า เปิดสอนทุกระดับชั้น โทร 089-242-2525